เรียนขับรถที่โรงเรียนการขนส่งพหลโยธิน

เช็ครายละเอียดการสมัครและการเรียนได้ที่นี่
http://apps.dlt.go.th/school_driving/index_file/school2.htm
ชื่อหลักสูตรระยะสั้นนอกเวลาราชการนะครับ อีกอันรู้สึกเป็นรถบรรทุก รถพ่วง รถขุด อะไรเงี้ย เห็นเค้าบอกใครว่างงานอายุได้หรือไงเนี่ย เค้าจะพาไปสอนที่ต่างจังหวัดมีเบี้ยเลี้ยงให้ด้วย ( ใครอยากแหวกแนวลองสิครับ เพราะถ้าได้ใบขับขี่พวกรถบรรทุกนี่ เท่ากับได้ของรถยนต์เล็กด้วย 55+  (แต่รถขุดไม่ได้นะ))
++ ไปปุ๊บก็ส่งหลักฐานครับ เตรียมไปให้พร้อมไม่งั้นต้องไปซีรอกซ์ที่อีกตึกนึงเลย ไกลเหมือนกัน พอสมัครเสร็จก็ทดสอบก่อนเลยครับ
เหมือนตอนไปทำใบขับขี่น่ะแหละ
– มีทดสอบตาบอดสี เค้าก็จิ้มๆ แล้วให้ตอบว่านี่สีอะไร
– ทดสอบปฏิกิริยา ก็เหยียบคันเร่ง พอไฟเปลี่ยนสีก็เหยียบเบรค
– ทดสอบตาเหล่ล่ะมั้ง ไปนั่งไกลๆ เลื่อนแท่งไม้ 2 อันให้อยู่ในแนวเดียวกันห่างกันไม่เกิน 1 นิ้วหรือยังไงเนี่ยแหละ

เรียนครั้งแรกเค้านัดวันเสาร์ครับไปเรียนทฤษฏี 4 ชั่วโมงมั้งถ้าจำไม่ผิด

  • ทฤษฏี ก็เป็นพวกกฎจราจรต่าง ๆ เครื่องหมาย สัญญาณ การระมัดระวัง มีเปิดวิดีโอให้ดูว่าถ้าไปชนกับสิบล้อเป็นยังไง ขับรถประมาทเป็นยังไง

พอจบการอบรมก็จะให้ไปหาอาจารย์ ที่ได้ชื่อจากตอนสมัครเลยครับ

  • มาถึงปฏิบัติ เค้าจะให้เลือก เอาเกียร์กระปุก(ธรรมดา) หรือเกียร์ออโต้ (มีผลกับการสอบด้วยครับ คือ เกียร์ธรรมดาไม่ต้องสอบถอยหลัง)

แล้วก็นัดกะอาจารย์มาเรียนเอง ที่นี่เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองครับ คือ อ.จะสอนคร่าวๆ นั่งไปด้วยซักรอบสองรอบที่เหลืออีกสิบหรือสิบกว่ารอบก็ขับเอง

** นัดครั้งแรก
เรียน การเข้าเกียร์ การเหยียบคลัช การเบรค การปรับเบาะ มองกระจก การเปิดไฟ ขับตรงๆ  แล้วก็ขับอ้อมซิกแซกกะกรวย ขึ้นสะพาน
จะเข้าเกียร์ 1 ตลอดและไม่ให้เหยียบคันเร่ง ( มีคนเผลอเหยียบไปชนกันด้วย ) คือปล่อยให้มันไหลเอง เครื่องที่นี่ดับยากครับ ปล่อยเร็วเกินมันจะสั่นแต่ไม่ค่อย
ดับยกเว้นเร็วจริง ๆ ผมไปลองกะรถที่บ้านดับเลย เวลาเลี้ยว(รถเก๋ง) อ.บอกให้กระจกข้างถึงที่จะเลี้ยวเมื่อไรก็หักเลยเต็มที่

** นัดครั้งต่อมา
ซ้อมเหมือนครั้งแรกครับ แล้วก็ขับรอบวงเวียนกะเลี้ยวรถทางแคบมั้ง หลักคือ ช้า ๆ อย่าโผล่หน้า (รถ) ไปมากนัก เดี่ยวไปเกี่ยวรถอีกเลน ไม่แน่ใจก็จอดรอ ไม่ต้องรีบ แล้วก็ถอยหลังตรง

** นัดครั้งต่อมา
เริ่มจำไม่ได้ ฮ่าๆ  สอนขับเทียบกะข้างทาง (จริงๆก็ไม่ได้สอนไร ดูกระจกข้างเอาเอง ขับไปช้าๆ ค่อยๆ หมุนเข้าไป ) สอนจอดมีจอดแบบถอยหลังเข้าซองไป กะจอดซ้อนระหว่างคัน อันนี้เค้ามีหลักครับคือ
ถ้าจอดถอยเข้าซอง ก็ให้ท้ายห่างจากจุดที่จะเข้า 2m ข้างๆ ห่าง 2m แล้วก็หักเต็มที่ (รถจะอยู่ประมาณคร่อมๆเลนส์)
ส่วน ถ้าถอยจอดระหว่างคัน ก็ขับไปกลางเลน ตัวเอง แล้วพอท้ายรถเรา ถึงท้ายรถ คันหน้าที่จอดอยู่กะหมุนเข้าไปเลย แล้วไปมองกระจกขวา ถ้าเห็นไฟซ้ายของคันข้างหลังเมื่อไรก็หมุนคืนครับ

** นัดครั้งต่อมา
ให้ขับเหมือน ๆ เดิม (มั้ง) แต่คราวนี้เปลี่ยนเป็นเกียร์สอง หลักคือ อย่าไปเปลี่ยนหรือเหยียบคลัชตรงโค้ง (เหยียบคลัชให้ไหลช้าๆ ถ้าโค้งมันหัก) แล้วก็โค้งนี่เอาเท้ามาไว้ตรงเบรครอ อย่าไปไว้ตรงเหยียบคันเร่ง ( เวลาจะเลี้ยวอะไรก็เหมือนกัน )

** นัดครั้งต่อมา
ซ้อมของเก่าที่จะสอบ (ผมสอบเกียร์ธรรมดา) มี จอดเทียบไม่ให้เกิน 25 cm. ขึ้นสะพานไปค้างไม่ให้ไหลเกิน 1 m แล้วก็เดินหน้าตรงถอยตรงไม่ให้ชนเสาข้างๆ

พูดเหมือนจำวันได้ แต่จริงๆ ผมก็มั่วๆน่ะครับ ฮ่าๆ แต่สอนอย่างนี้จริงๆ

การสอบ
ตามที่ผมคาดเดาน่าจะมีทุกวันพุธครับ เพราะเค้าบอก
>> สอบทฤษฏีได้ 2 รอบ คือถ้ารอบแรกไม่ผ่านก็สอบอีกรอบ ไม่ผ่านอีกก็ไปพุธหน้าเลย
= = ตอนสอบทฤษฏีก็ดูเครื่องหมายจราจรไปครับ เค้าจะสุ่มข้อสอบมา แต่ก็เหมือนๆ กะสอบมอเตอร์ไซต์กะขับรถที่นนท์ ผมได้ 28 เท่ากับคราวก่อนเลย
>> สอบปฏิบัติถ้าทำบางท่ารอบแรกไม่ได้ ก็ไปวนมาอีกรอบ แต่ถ้าไม่ได้อีกนี่ไม่รู้ (ก็ผมรอบเดียวผ่านอ่ะ ฮ่าๆ)

มาพูดถึงข้อดีข้อเสีย (ในความคิดผม) กันดีกว่า

ข้อดี
- ได้ใบขับขี่ง่าย (เค้าว่ากัน) คือ เรียนขับที่สนามสอบเนี่ยแหละ จะพลาดได้ไง
- สอบที่นี่เลย แล้วเค้าก็จะให้ใบรับรองไปยื่นที่อาคาร 4 กับใบรับเงินค่าประกันรถคืนที่อาคาร 1 เอกสารที่ใช้สำหรับทำใบขับขี่ ก็คือที่เค้ากำหนดหลักฐานตอนที่เราสมัครที่นี่ เค้าจะรวมให้เป็นชุดเลย แค่เอาไปยื่นก็เสร็จ
- นัดเวลาได้ ( แต่จริงๆ ก็ถูกกำหนดโดย อ. มากกว่า เพราะคนเรียนเยอะ แต่เราก็บอกได้อยู่ดี )
- อาจารย์ไม่ค่อยมีเวลา เป็นข้อดีสำหรับผมครับ ไม่ต้องทนฟังคนสอนบ่น

ข้อเสีย
- รถเช่าเก่ามาก สั่นสุดๆ แต่ก็ขับได้
- อาจารย์ไม่ค่อยมีเวลา ใครชอบแบบตัวๆ แนะนำตลอด อย่าเรียนที่นี่
- ไม่ได้ขับถนนจริงเลย ( ถ้าเรียนที่สอนขับรถทั่วไปเค้าจะพาออกถนนครับ (เพราะไม่มีสนามหัดขับนั่นเอง) แต่ก็ได้ประสบการณ์ ผมว่าก็จำเป็นนะ ถ้าไม่มีคนนั่งไปด้วย ไม่งั้นคงได้แต่ใบขับขี่มา แต่ไม่กล้าขับ )
- อาจโดนดูถูกได้ว่าสอบง่าย เนินเตี้ย แถมไม่มีถอยหลังอีก ฮ่าๆ
- ใช้รูป 1 นิ้วตั้ง 4 รูป !! (สมัครงานใช้รูปเดียวเอง) ผมเลยถ่ายเอง แต่งเอง แล้วก็ไปให้ที่ร้านพิมพ์เป็นรูป 4×6 เลยถูกดี

รูปสนามห่วยๆ ที่ผมวาดเอง จริงๆ มันมีวงเวียน ที่ซ้อมจอดถอยเข้าซอง ที่ซ้อมจอดถอยข้างอีกหลายที่

สุดท้ายก็เป็นแบบนี้ (หูฟัง sony)

Posted On เมษายน 26, 2010

Filed under Uncategorized
ป้ายกำกับ: , , , ,

Comments Dropped 4 การตอบรับ

ถือเป็นคราวซวยแบบสุดๆครับ สำหรับคราวนี้
เรื่องมันมีอยู่ว่าหูฟังอันเก่าน้องผมพัง ก็เลยไปซื้อใหม่ผมก็บอกทันทีเดี๋ยวลองไปดูที่ศูนย์ sony ตรง เดอะมอล์งามวงศ์วาน
ก็ได้หูฟังมาอันนึง รุ่น MDR-E11LP/WC สีขาวสวยดี เสียงก็ดีนะครับหลังจากลองฟังซักพัก ราคาก็ประมาณ 6-8 ร้อยมั้งผมจำไม่ได้แล้ว
ส่วนของผมน่ะใช้ MDR-E737LP เพราะมันถูกดี 55+ ซัก 500 บาทได้มั้งทนดีใช้มานานและ ( ไม่พังซักทีอยากได้ใหม่ 55+ )
น้องผมก็ปลื้มกะหูฟังนี่มาก แต่ผ่านไปได้หลังจากการฟังซัก 4-5 วัน ไอ่ตรงหูครอบยื่นๆ มันเกิดหลุดครับ และนี่เป็นที่มาของเรื่องนี้
น้องผมก็เอาไปเคลม ผมก็บอกเนี่ยเดี๋ยวที่ศูนย์มันต้องบอกแน่ว่าอยู่นอกเหนือขอบเขตการรับประกัน ประมาณว่า คุณทำเสียเองไม่ใช่ความผิดบริษัทนะ
ซึ่งผมก็เข้าใจและเห็นด้วยกับข้อนี้ ไม่งั้นใครทำหลุดหลังจากใช้มานาน หรือแกล้งแงะออกเพื่อจะเอาอันใหม่ก็สบายเลย (จริงป่ะ) ก็ส่งไปเค้าบอกเดี๋ยว 1 อาทิตย์จะโทรมาบอก ( โอ้ นานกว่าที่น้องผมใช้อีกนะ เพิ่งซื้อเอง ) และแล้วเวลานั้นก็มาถึง ( ก็คือวันนี้ ) เค้าก็โทรมาบอกว่านอกเหนือการรับประกัน น้องผมก็อึ้งอยากจะโวยวาย แต่ยังอึ้งอยู่ เป็นใครก็งงแหละ ซื้อมาตั้งหลายร้อยใช้อยู่แป๊บเดียว น้องผมก็เลยถามว่าแล้วต้องทำไง เค้าบอก ซื้อใหม่ ( ตอนนี้ผมตึงเลย ) พ่อผมโมโหมากครับ รวมทั้งผมด้วย เพราะไม่รู้จะทำยังไง ถ้าใช้มานานหน่อยจะไม่ว่าเลย แต่นี่ใช้มาแค่ 4-5 วัน แล้วพัง อยากจะบอกจริงๆ ว่าหูฟังมันไม่ได้ใช้งานยากขนาดพลาดทีทำพังได้ วิธีใช้ก็โคตรง่าย ใส่หู ต่อเข้าคอมหรือเครื่องเล่น มันก็ฟังได้แล้ว

จริงๆ พูดงี้ก็ไงอยู่ เพราะบ้านผมนิยมผลิตภัณฑ์ sony มากๆ ทีวีเครื่องเก่าที่ใช้มานานแล้วก็ sony ยังไม่พังใช้ได้ดีอยู่ ถึงสีจะเคยเพี้ยนๆ  ช่วงนึงแต่ก็หายเอง ชุดเครื่องเสียก็ใช้ของ sony ทีวีที่เพิ่งได้มาใหม่ก็ของ sony หูฟังผมก็ sony เกือบลืมอีกอย่างกล้องก็ sony แต่มาเจอยังงี้บอกตามตรงว่าถึงจะชอบยังไง ถ้าหูฟังผมพังนะผมจะซื้อยี่ห้ออื่น

หูฟังน้องผมที่กลายเป็นอดีต พร้อมกับความเซ็ง (ทีหลังก็ทำหูฟัง titanium รอยต่อก็อ๊อกเหล็กเลยละกัน)

การทำเล่มแดง ณ ม.เกษตรศาสตร์

เรื่องมันมีอยู่ว่า คณะวิศวะ ต้องทำเล่มแดงซึ่งเป็นเล่มรายงานโปรเจคจบ หรือวิทยานิพนธ์ 2 เล่ม ซึ่งโปรเจคก็มักจะเสร็จกันตอนใกล้จะหมดเขตก็ต้องไปหาร้านที่ทำปก (ปกแข็งสีแดงเลือดหมูปั๊มทองที่ตัวหนังสือ) วันนี้ขอเล่าประสบการณ์ทั้งความประทับใจ (และไม่ประทับใจ) ให้ฟัง
หลังจากเริ่มทำข้อมูลแล้ว ก็หาร้านสำหรับทำซึ่งเกษตรก็มีตรงหน้าประตูงาม 1 ไปจนถีงประตูพหล

เพื่อนร่วมเดินทาง เขียวจีบีและพลอยสิกส์

ตอนเย็นก่อนวันสุดท้าย
- ติดต่อร้านส้ม (อะไรส้มซักอย่าง) เค้าบอกพรุ่งนี้เอามาให้เค้าตอน 8.30น. ซึ่งจะมีช่างมารับราคา 200 บาท
- ร้าน xx ซึ่งใกล้เคียงกัน คนขายทำหน้าบึ้งตึงโทรไปถาม แล้วบอกว่า 250
แน่นอนเราเลือกร้านแรก
วันถัดมาไป

  • ด้วยความรีบร้อนแบบสุดๆ ไปมันตั้งแต่ 7.30 น.เลย กลัวไม่ได้ทำ สรุป ร้านไม่เปิด – - เดินกลับภาควิชาคอม
    กลับมาอีกครึ่ง 9.30 น.โทรไปถาม(เกินเวลาและ) เค้าบอกช่างกลับไปแล้ว T T ไม่เป็นไรเราไม่ตรงเวลาเอง กลับไปลองถามอีกทีดีกว่า เดินไปประตูงาม 1 อ้อนวอน แต่ว่าช่างกลับแล้วจริงๆ งานเยอะ ไม่ไหว ไม่เป็นไรครับ ผมพลาดเอง
  • ก็เลยไปร้าน xx ที่บอกเมื่อวาน คนรับหน้าบึ้ง บอกว่าต้องงานด่วน จะเอาผมเล่มละ 500 (ถ้าจำไม่ผิด) คิดในใจ โหกะจะขูดรีดกันให้ตายไปเลย 2 เล่ม 1 พัน – -’  เมื่อวานยังบอก 250 ถึงจะเร่งก็เถอะ แต่นี่มันกินกำไรนี่นา ยังไม่ทันโทรไปถามช่างที่ทำเลย (แล้วก็โทรไป สรุปช่างไม่ว่าง) แต่ไม่ไหว ขูดรีดสุดๆ (แต่นาทีนั้นถ้าได้ก็ต้องเอาอย่างไม่มีทางเลือก นี่แหละที่มันน่าโมโห)
  • จึงติดต่อร้านใหม่เป็นร้านลุงอยู่ริมๆ รับทำทันที เย่ดีใจสุดๆ เพิ่มราคาไปมาสรุป 300 แต่ก็ดีใจ เดินกลับภาค (จากประตูงาม 1 ตามเคย) กะเขียวจีบี พลอยสิกส์กลับหอ
  • เล่นเกมส์อย่างสบายใจสุดๆ พร้อมกับกล่าวกับเขียวจีบีว่า รู้สึกโล่งมาก ประมาณนี้
  • ไม่นานนัก โทรศัพท์มาจากร้านลุงริมๆ ” ช่างป่วย ” โอ้ว โกหกกันงี้เลยหรอ รับงานแล้วก็น่าจะติดต่อให้เรียบร้อยสิอะไรก๊านนนน เดินจากภาคไปประตูงาม 1 ใหม่ด้วยความเหนื่อยล้า
  • ระหว่างทางแวะร้านซีรอกในม.ใกล้ๆภาคเรานี่เองที่รับทำ 200 กว่าบาทเค้าบอกถ้าส่งให้เย็นวันก่อนนั้นจะทำทัน (นี่แหละครับข้อคิด อย่าให้งานมันจวนตัวมากนัก และ ร้านใกล้ๆก็มีไปหาทำไมไกลโคตรๆ 55+)
  • เดินต่อกลับไปที่ร้านลุงริมๆ รับตังค์และรายงานคืน โมโหก็โมโห แต่ก็ยังดีที่ลุงได้ติดต่อร้านอื่นบ้างและแนะนำพอสมควร ยังพออภัยได้ เอาล่ะสิชีวิตเศร้าได้ที่แล้วสิ จะทำไงล่ะลุงร้านริมๆนี้ก็บอกมีร้านนึงชื่อไรจำไม่ได้ เร่งได้แต่ราคาจะแพง เอาสิขอให้เสร็จละกัน
  • ไปติดต่อสรุปไม่ได้แถมยังมาไซโคอีกไม่มีใครรับทำแล้ว บลาๆ เอ่อ ถึงจะพูดความจริง แต่อะไรที่ไม่พูดดีกว่า ก็อย่าพูดเลย ชักหมดหวัง
  • และแล้วแก้วจีบีนักติดต่อประจำวันนี้ (คงหมดค่าโทรศัพท์ไปเยอะ 55+) จากเมื่อเช้าได้ข่าวว่าอู้ไปทำที่ร้านอะไรซักอย่างตรงแถวกรมยุท แต่ตอนเช้าติดต่อไม่ได้ แต่ตอนนี้โทรติดก็เลยถามรายละเอียดและก็เดินไป ระหว่างนั้นจั้มก็โทรมาบอกมีร้านแถวเสนาซึ่งเค้าบอกว่าร้านแถวประตูงาม 1 ก็ไปส่งให้เค้าเนี่ยแหละ โอ้เริ่มมีความหวังไปกรมยุทก่อน
  • ร้านนี้ตั้งอยู่แถวกรมยุทธ ร้านพอสมควรแต่มีพวกฟิวเจอร์บอร์ดอะไรปิดร้านอยู่ก่อนหออะไรซักอย่าง (ซึ่งก็คือหอแช่ม กะพลอยสิกส์นั่นเอง) เดินเลยมอเตอร์ไซค์วินนิดนึง เข้าไปติดต่อก็มีป้าคนนึง แต่คาดว่าป้าแกคงอารมณ์ไม่ค่อยดีหรืออะไรซักอย่าง ถามเรื่องนึงร่ายไปอีกเรื่องนึง แต่ไม่เป็นไรผมสนแต่งาน ถามราคาโอ้ ร้านนี้มีตัวอย่างปกมีอะไรพร้อม หนังเทียม 120 บาท หนังแท้รู้สึกจะ 130 บาท โอ้ออออออออ โคตรถูกเลย ราคาแท้จริงเป็นอย่างนี้นี่เอง (ร้านนี้ป้าเค้าก็ส่งต่ออีกที) ส่งประมาณเที่ยงวันนี้ได้ 9 โมงพรุ่งนี้เช้า รวดเร็ว ราคาเหมาะสม ขอบคุณครับป้า ผมซาบซึ้งใจจริงๆ จนต้องมาเขียนบล็อกให้เลย เพื่อนผมก็คงเช่นเดียวกัน ส่งเช้าวันถัดไป เอาบ่าย ก็ยังทัน
  • เสร็จแล้วปลอดโปร่งสุดๆ ไปกินข้าวกะเขียวจีบีที่ร้านการ์ตูนข้างๆ และก็นั่งรถกลับ

นับว่าคราวนี้เดินกันไป 3-4 รอบได้(วันถัดมาถึงกับเมื่อยขา) ก็ขอขอบคุณเพื่อนๆ แลปผมเองที่ช่วยกันอย่างเต็มที่ รวมทั้งป้าเจ้าของร้านที่ผมนับถือในความซื่อสัตย์ไม่มาปั่นราคาปรับขึ้น เหมือนบางร้าน งานที่ออกมาก็ดีชื่อโปรเจคผมยาวมากตรงขอบปก ^ ^ที่ไม่เขียนตอนแรกเพราะจะดูผลงานก่อน ดูแล้วก็มีคุณภาพ แล้วก็ใครจะขายของก็ขอเถอะครับ อย่าเอากำไรจากความเดือดร้อนของคนอื่นเลย (แต่ผมไม่ได้บอกนะว่า ผมเองไม่ผิดที่ส่งเย็บเล่มช้าเองด้วย) ก็ขอให้ร้านนั้นคิดได้บ้าง

รวมทั้งขอขอบคุณบุคคลอื่นๆ ที่ช่วยให้โปรเจคผมประสบความสำเร็จด้วยครับ (จริงๆก็ยังไม่เต้มที่เพราะขณะนี้ก็กำลังเอาไปใช้งานจริงอยู่ ติดขัดบางที่กำลังหาทางแก้ )

Howto make debian standard debs from scratch

Posted On มีนาคม 10, 2010

Filed under Uncategorized
ป้ายกำกับ: , , ,

Comments Dropped one response

มันก็คือการสร้าง package .deb จากตัว sourcefile ที่มี(ที่สำคัญต้องมี configure file)
จากลิงค์นี้
http://ubuntuforums.org/showthread.php?t=51003
ผมลองทำตามแล้วโดยลองกับ source ของ gimp แต่ติดตอนสร้างเป็น .deb ตอนสุดท้าย สงสัยเลยลองสั่ง ./configure จาก source ที่ download มาเลย ก็ติดเหมือนกัน คาดว่าน่าจะใช้ได้เพราะอย่างน้อยมันก็สร้าง

drwxr-xr-x 30 secure secure 4096 2010-03-10 21:51 gimp-2.6.8
-rw-r--r-- 1 secure secure 17500 2010-03-10 21:51 gimp_2.6.8-1.diff.gz
-rw-r--r-- 1 secure secure 759 2010-03-10 21:51 gimp_2.6.8-1.dsc
-rw-r--r-- 1 secure secure 23951819 2010-03-10 21:20 gimp_2.6.8.orig.tar.gz
-rw-r--r-- 1 secure secure 16342377 2010-03-10 21:15 gimp-2.6.8.tar.bz2

ติดก็แต่ตรง error มันก็เลยไม่มี .deb ขึ้นมา ถ้าใครเขียนโปรแกรมเป็นแล้วสร้างไฟล์ configure เป็นน่าจะมีประโยชน์ครับ
ส่วนผมยังทำไม่เป็น ทำได้แต่ Makefile

nsc 2010 วันแรก

Posted On กุมภาพันธ์ 11, 2010

Filed under Uncategorized

Comments Dropped 4 การตอบรับ

จริงๆ วันก่อนจะมีการตกแต่งบูต ของเรากับแช่ม ก็แค่เอาโปสเตอร์ไปแปะ แล้วก็กลับ (นั่งรถตู้ยาวเลย 20 บาท ซึ่งจริงๆ มาวันนี้ก็ดูเหมือนไม่ไกลมาก แต่ว่าถ้ารถติดนี่นานน่าดู) กลางคืนก็นั่งต่อโมเดลใครว่างๆ อยากลองมั่งก็ได้นะ ( google : crafttown canon หรือ http://cp.c-ij.com/en/contents/1006/ ) ต่อไป 4-5 โมเดลเนี่ยแหละที่เป็นตึก กับรถอีกสอง (นั่งยันตีสี่ครึ่ง – -’) หลักการง่ายมาก ปริ้นมาจากเว็บ(กระดาษต้องค่อนข้างแข็ง) เอาคัตเตอร์คมๆ + กรรไกร + ที่รองตัด + กาว (แนะนำกาวยี่ห้อ pritt ที่เป็นใสๆในหลอดโลหะ) แล้วตรงไหนที่ให้พับก็เอาคัดเตอร์กรีดเบาๆแล้วก็พับ ก็ถึกไป ปวดหลังไป ฟังเพลงไป ก็ได้มาหลายอันอยู่ ฝึกสมาธิได้อย่างดี ตอนเช้าก็ตื่นไป (นอนไปชั่วโมงครึ่งได้) ทรมานสุดๆ ดีนะที่ไม่ได้เรียนสถาปัตย์จะเป็นอย่างนี้ตลอด ไปๆ เจอแช่ม อ้าวแช่มบอกบัตรที่เคยยืมมาเจ๊ง ซีดเลยเดจาวูมาก ก็ไปแช่มก็ลองไปลองมาพบว่า เครื่อง RFID เจํงไปอีกเครื่องแล้ว (คราวก่อนเครื่องก็เสีย) คราวนี้ก็เสียอีก (ที่แน่ใจเพราะไปยืมเครื่องจากโปรเจคข้างๆแล้วดันใช้ได้) ทำให้เกิดข้อสงสัยที่ดูไม่มีเหตุผลใดๆว่า Vmbox ผิดรึเปล่า 55+ เพราะรันใน vmbox นานเลย เพราะทั้งคู่มีแต่ ubuntu กับ window7 64bit แต่ต้องใช้ 32bit ก็เลยยืมจากของโครงงานข้างๆ ขอบคุณ โครงงานซูชิจากจุฬา ในการเอื้อเฟื้ออุปกรณ์ แม้จะไม่ทันเพิ่มโปรแกรมตัวอย่างที่จะเดโม แต่โปรแกรมตามจุดประสงค์จริงๆ ก็โอเคเลย ต้องยกนิ้วให้แช่ม ที่ทั้งเขียนโค้ดส่วนนี้และพรีเซนต์ให้กรรมการฟัง (ผมทำไร??) อู้จริงๆ เหอๆ หรือผมไร้ความสามารถจัดหว่า? เห้อไม่มั้ง เวลาก็ผ่านไปด้วยความน่าเบื่อสุดๆ เพราะ (…) ไม่มีคนมาดูเท่าไร เซ็งๆๆ แล้วอาจารย์อนันต์และแลป iwing ก็มาดูโปรเจคเจินแล้วก็แวะมาโปรเจคผมทำให้ได้กำลังใจขึ้นเยอะ และอาจารย์ชัยพรที่ปรึกษาโปรเจคพวกเราเองก็มา ซึ่งเราสองคนต้องบอกจริงๆว่ามีกำลังใจแบบสุดๆ อาจารย์บอกประมาณว่ามีสปิริตดีเพราะจริงๆ ปีก่อนก็ทำแต่โดนแบบตายสนิท ตอนนั้นก็แข่งหมวดนี้แหละ เรียกว่าโดนเละจนหน้าชา จนตอนหลังผมพรีเซนต์อะไรผมแทบจะไม่ตื่นเต้นอะไรเท่าไรเลย รู้สึกเฉยๆ ไปหมด อย่างน้อยก็ต้องขอบคุณเหตุการณ์ครั้งนั้้น แล้วอาจารย์ก็ดีใจด้วยหรืออะไรประมาณนี้แหละ สำหรับผมนี่ผมต้องยกย่องอาจารย์มากที่ให้โอกาสพวกเราแก้ตัวจากครั้งก่อนอีกครั้ง เออจริงๆก็ต้องบอกว่าอาจารย์ทั้งภาคเราเลยแหละ ชอบตรงส่วนนี้มาก ที่อาจารย์จะมั่นใจในพวกเรามาก ว่ามีความสามารถและทำได้ อ่อ จริงๆ โครงงานนี้ริเริ่มกันสามคนนะครับ คือ ผม ไผ่ แช่ม ปีนี้ไผ่ต้องส่งโปรเจคจบไป เลยเขียนแค่ชื่อผมกะแช่ม แต่จริงๆไผ่ก็ช่วยแหละ ผมพรีเซนต์ไป 4-5 รอบเองทั้งวันน่าเบื่อสุดๆ สรุปก็ออกมาก่อนเพราะหมดสภาพกันแล้ว (กำหนดการให้อยู่ถึง 1 ทุ่ม จะโหดไปไหน) ก็ติดรถอาจารย์มะนาวมา เจ๋งจริงๆ รวดเร็ว ฮามาตลอดทาง อ่อและที่อยากมาเขียนนี่อีก เพราะวันนี้ไปก็เจอเหล่าน้องๆ โรงเรียนผม ( มหิดลวิทย์ ) นั่นเอง มากันให้เพียบ ด้วยโครงงานชื่อแปลกประหลาด (จริงๆก็พอกับเตรียมอุดม ที่ปีนี้ผมเห็น จากไส้เดือนดิน เป็นไส้เดือนอะไรซักอย่าง (ทำเป็นหุ่นยนต์มาเลย) เตรียมนี่เคยได้รางวัลหรืออะไรซักอย่างจาก การวิเคราะห์สมการการเดินกิ้งกือด้วยสมัยผมเรียนม.ปลาย) ผมก็มองดูน้องๆตลอด และแล้วก็มีน้องโรงเรียนผมเองเดินมาที่บูตผมและบอกว่า พี่อยากพรีเซนต์ให้หนูฟังเปล่า เราก็บอกได้สิ แล้วน้องก็มาแบบยิงใส่เลย 55+ ว่าแล้วเชียว เด็กเรา ผมก็ไม่บอกหรอกว่าผมก็เคยเรียนรอจนตอบเสร็จ แล้วก็บอก ดูน้องดีใจมากที่เจอรุ่นพี่ จริงๆผมก็ดีใจเหมือนกันครับ ผมนี่ก็บ้าโรงเรียนเหมือนกันแฮะ (แต่สู้สวนกุหลาบไม่ได้นะเออ << นี่โคตรบ้าโรงเรียนที่สุดในประเทศไทย 55+ พาดพิงหน่อย ไม่ได้บอกไม่ดีนะ เป็นข้อสังเกตของผมเฉยๆ) เออแล้วก็เจอไอ่ น๊อต เพื่อนหัองเดียวกันตอนเรียนม.ปลายน่ะแหละ เพิ่งรู้ว่ามันก็มาแข่งด้วย โปรเจคมันก็เจ๋งดี ผมชอบมาก เป็น app ใน iphone ช่วยคนพิการได้ แล้วก็มี speech recognition ใช้ lib h.. อะไรซักอย่างผมลืมจดบันทึกในนั้น แล้วก็อัพใน google doc ถึงจะจดจำมั่วๆหน่อย แต่ผมก็ชอบอยู่ดี (เพิ่งรู้จะเอาซอฟต์แวร์ที่เขียนลง sim ของ iphone มาลงเครื่องจริง นี่ต้องเสียตังด้วย มันบอกเสียไป 99 เหรียญสห << แพงจริงๆ ) แล้วมันก็ได้ทุนไปญี่ปุ่นด้วย ดีใจแทนมากๆ พร้อมกับตั้วแล้วก็ตี๋ด้วย

สรุปวันนี้มีเรื่องน่ายินดีและน่าดีใจเหมาะแก่การอัพบล็อกที่ดองเป็นอย่างยิ่ง (ภาษาพูดมากๆ อ่านยากหน่อย)

Code::Blocks making project with Makefile

Posted On ธันวาคม 27, 2009

Filed under Uncategorized
ป้ายกำกับ: , , ,

Comments Dropped เขียนกระทู้ตอบ

พึ่งทำเป็นครับ (จริงควรจะทำเป็นตั้งนานแล้วนี่นา – -) ประโยชน์ของมันเหนือการเซ็ตที่ตัว environment ของ Code::Blocks คือ ถ้าโปรเจคเราไปที่อื่นโดยคนที่ใช้ไม่ใช้ Code::Blocks เค้าก็คอมไพล์ได้ด้วย make แค่นั้นแหละครับ ว่าแล้วก็แปะลิงค์ (กันตัวเองลืม – -)

http://www.cs.northwestern.edu/academics/courses/211/html/codeblocks.html

makefile ที่เจอปัญหาก็คือมันบอก make ไม่ได้นะมีปัญหาเรื่องการแบ่ง … นั่นก็คือ makefile เวลาจะย่อหน้าต้อง tab เท่านั้น  (จริงๆในลิงค์นี่เค้าก็บอกแล้วแหละ แต่อ่านไม่ดีเอง)

ที่น่าสนใจคือ Unit test ในนี้ก็มีบอกไว้ส่วนหนึ่ง แต่ยังไม่ได้อ่านมันคงไว้ใช้ทำ test มั้ง

dell studio 1450 +ubuntu 9.04 มีเสียงกับเค้าซะที

จาก http://ubuntuforums.org/showthread.php?t=1278146 ทำตามที่คุณ marcond บอก

โดยการไปที่นี่ https://help.ubuntu.com/community/OpenSound

ผมรีบครับไม่มีเวลาอะไรทั้งนั้น ดูตามลำดับก็อบวางเลือกให้ตรงกับตัวเอง พอทำไปเรื่อยๆ ถึง OSS ที่มีให้เลือกระหว่างโหลด .deb กับ compile เองก็โหลด .deb เลยเพื่อความง่าย และแล้วในที่สุดก็มีเสียงกับเค้าซะที หลังจากรอมานานตั้งแต่ซื้อมา

insert database จาก command line python

Posted On ธันวาคม 1, 2009

Filed under Uncategorized
ป้ายกำกับ: , ,

Comments Dropped เขียนกระทู้ตอบ

เอ่อ งงๆ เหมือนกันครับทำไมใช้ python เดี๋ยวหาอะไรที่เหมาะกว่านี้ได้อาจจะเปลี่ยน

พอดีจะรัน crontab ทุก 5 นาทีแล้วใช้สคริปต์เช็คว่ามีเมลล์ที่ต้องการมารึเปล่า ถ้ามีก็ไปอัพเดท DB (ใครมีไอเดียอะไรเสนอมาเลยครับยินดีรับฟังอย่างยิ่ง)

คิดไม่ออกเหมือนกันจะใช้ภาษาอะไรดี นึกๆ งงๆ python ละกัน (รันบน linux C# มันเป็นยังไง ไม่เคยลองเหมือนกัน) ลองเปิด search อย่างเร็ว ก็ไม่เห็นมีใครเอาภาษา C มา จัดการ db กัน

ตามฟอร์มแปะลิงค์

http://www.tutorialspoint.com/python/python_database_access.htm

อ่อ แต่พอลงแล้วลง include MySQLDB ถ้าเจอปัญหา

/usr/lib/python2.6/site-packages/MySQLdb/__init__.py:34: DeprecationWarning: the sets module is deprecated
from sets import ImmutableSet

ก็ไปนี่ (ไม่มีเวลาแล้วครับ(แต่ก็ยังอัพบล็อก) เป็นเพราะอะไรช่างมันค่อยมาดู)

http://flo.nigsch.com/?p=62

อันนี้เป็นตัวอย่าง select

#!/usr/bin/python

import MySQLdb

# Open database connection
db = MySQLdb.connect("localhost","root","Your password","DB_NAME" )

# prepare a cursor object using cursor() method
cursor = db.cursor()

# execute SQL query using execute() method.
#cursor.execute("SELECT VERSION()")

# Fetch a single row using fetchone() method.
#data = cursor.fetchone()

#print "Database version : %s " % data

# Prepare SQL query to INSERT a record into the database.
sql = "SELECT * FROM Your_table"
try:
   # Execute the SQL command
   cursor.execute(sql)
   # Fetch all the rows in a list of lists.
   results = cursor.fetchall()
   for row in results:
      UserID = row[0]
      JobID = row[1]
      # Now print fetched result
      print "UserID=%d JobID=%d" % \
             (UserID,JobID)
except:
   print "Error: unable to fecth data"

สมมติเซฟในชื่อ select_db
จะให้มันรันได้ chmod a+x select_db (กำหนดสิทธิให้มันรันได้)
ทีนี้ก็เรียบร้อย สั่ง ./select_db ได้เลย

 

มาคิดอีกที แย่และงั้นคนจะเอาของเราไปใช้จริงก็ต้องมาลง package อะไรงี้อีก – - ยุ่งยากเกิน

shell script Programming reference

Posted On พฤศจิกายน 30, 2009

Filed under Uncategorized
ป้ายกำกับ: , ,

Comments Dropped one response

ที่มาดูเรื่องนี้เนื่องจากจะเขียนรันคำสั่งยาวๆหลายๆอันใน php โดย exec มันก็ดูแปลกๆ รกไปหมดเลยคิดว่าเขียนสคริปต์ที่รวมหลายๆคำสั่งแล้วสั่งรันจาก php ทีเดียวน่าจะง่ายกว่า ตอนนี้กำลังดูครับ แปะลิงค์ไว้ก่อนละกัน (มันก็แนวๆเขียนโปรแกรมทั่วไปแหละ มีลูปมี echo สั่ง ls cd .. อะไรได้)

http://www.linuxcommand.org/writing_shell_scripts.php

http://www.freeos.com/guides/lsst/

Ubuntu webcam server

Posted On พฤศจิกายน 27, 2009

Filed under Uncategorized
ป้ายกำกับ: ,

Comments Dropped one response

เห็นเพื่อนทำแล้วมันเจ๋งดีครับ อยากทำบ้างเผื่อจะเอาไปส่องที่แลปตัวเองมั่ง พอดีมีกล้องตัวนึงที่อาจารย์ให้ยืมมา ไงๆ hope ก็เปิดเป็น server ทั้งวันทั้งคืนอยู่แล้ว

ก็เลยไป search หา คีย์เวิร์ดก็ธรรมดามั่วๆ webcam web server ubuntu เลือกภาษาไทยเพื่อความง่าย เจอ

http://linux.sothorn.org/node/636  (รู้สึกจะพึ่งเว็บนี้หลายทีแล้ว ขอบคุณครับ) ซึ่งอ้างอิงไปยัง http://hacktivision.com/index.php/2009/06/16/setting-up-an-ubuntu-webcam-server?blog=2

พอดี…

โอ้โคตรง่ายเลย package สำเร็จ ทำตามตูมๆ ไม่ถึง 5 นาทีเรียบร้อย

แต่ยังทำได้แค่ดูรูปเป็นช้อตๆนะครับ stream คาดว่าทำได้ (เนื่องจาก firefox ผมดู java ไม่ได้ – -’ งงอยู่)

แต่มันเป็น package ที่เจ๋งจริงๆนะ อยากทำแบบนี้ได้มั่ง

ก็อบทั้งหมดมาวาง (เผื่อเว็บเค้าล่ม) (จริงๆของผมท่าจะไปก่อน 55+)

Sharing a webcam stream in Ubuntu is not the easiest thing, but it’s not too bad if you have some help. This tutorial will explain how to use the package webcam-server. It seems to work pretty well for me. I had to write the startup script myself, but I’m going to share that with you. To use webcam-server to it’s full potential, you should have Apache installed.

Follow up:

The first thing you will want to do is install the webcam-server package:

sudo apt-get install webcam-server

The webcam-server binary will be installed along with the java applet and html needed to host a live stream on a webpage.

Next, you will want to setup the startup script. This will allow you to control your webcam server as a daemon, and also start webcam-server at startup.

Open a new file in the /etc/init.d directory with your favorite editor. Nano is the easiest, so I’ll use that in the example:

sudo nano /etc/init.d/webcam-server

Write a starup script, or simply use this one:

#!/bin/sh

SERVER_BIN=webcam-server
LOCK_FILE=/var/lock/$SERVER_BIN
RTRN=0
OPTIONS='-v -g 320x240 -p 8888 -c hacktivision.com'

start() {

[ -f $LOCK_FILE ] && echo "$SERVER_BIN already started"
[ -f $LOCK_FILE ] && return

echo -n "Starting $SERVER_BIN: "
export LD_PRELOAD=/usr/lib/libv4l/v4l1compat.so
nohup $SERVER_BIN $OPTIONS > /dev/null 2>/dev/null &
RTRN=$?
[ $RTRN -eq 0 ] && echo Started! || echo FAIL
[ $RTRN -eq 0 ] && touch $LOCK_FILE
}

stop() {
[ -f $LOCK_FILE ] || echo "$SERVER_BIN is not running"
[ -f $LOCK_FILE ] || return
echo -n "Stopping $SERVER_BIN: "
pkill -f "$SERVER_BIN $OPTIONS"
RTRN=$?
rm -f $LOCK_FILE
[ $RTRN -eq 0 ] && echo Stopped! || echo FAIL
}

case "$1" in
start)
start
;;
stop)
stop
;;
restart)
stop
start
;;
*)
echo "Usage: $0 {start|stop|restart}"
RTRN=1
esac

exit $RTRN

Now you just need to make your startup script run when Ubuntu starts up. Use the following commands:

sudo chmod +x /etc/init.d/webcam-server
sudo update-rc.d webcam-server defaults

Let’s test our webcam server now. We will start it using our script, and then see if we can view the http image stream (we will check out the video stream later).

sudo /etc/init.d/webcam-server start

Open Firefox, or any web browser and navigate to http://localhost:8888/. You should see an image of what your webcam server is pointed at. In Firefox, if you hold down CTRL+SHIFT+R, you can almost get a stream going by constantly refreshing the image.

The rest of this post requires that Apache be installed. If Apache is not installed, install it. Basically, you want to run:

sudo apt-get install apache2

When you installed webcam-server, it put some web files on your hard drive. These files allow for a java app on a webpage to stream your webcam. We will assume that your webroot is /var/www. Replace /var/www with whatever webroot you want to use in the following code.

Copy the web files to your webroot

sudo cp /usr/share/doc/webcam-server/applet/* /var/www/

and test by going to http://localhost/webcam.html.

The java applet in the webcam.html file is, by default, configured to stream at 1 frame per second. It is also configured by default to use “localhost” as the domain. Here’s an example of a webcam.html file with a maximum FPS of 60 and hosted on hacktivision.com:

<html>
<head>
<title>WebCam</title>
</head>
<p align="center">
<a href="http://hacktivision.com" title="hacktivision.com - Ubuntu webcam server">Hacktivision</a>
</p>
<div align="center">
<APPLET CODE = "WebCamApplet.class" archive="applet.jar" WIDTH = "320" HEIGHT = "240">
<param name=URL value="http://hacktivision.com:8888">
<param name=FPS value="60">
<param name=width value="320">
<param name=height value="240">
</APPLET>
</div>
</body>
</html>

You should now be all set to show your webcam stream to the world!

Please, use the comments. Let me know if you have any problems. Call out my typos and bad grammar. Link to your site and show me how you use your webcam server.

If you like my posts, share them. I need the motivation to keep writing more.

อันนี้เป็น pdf สรุปขั้นตอน เขียนดีเหมือนกัน

หน้าต่อไป
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.